เครื่องช่วยฟังมีหลายแบบ

เครื่องช่วยฟังมีหลายแบบ แต่ละแบบจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน   

1.)เครื่องช่วยฟังแบบพกกระเป๋า ตัวเครื่องจะมีขนาดใหญ่มากและมีสายต่อเข้ากับหูฟัง มีกำลังขยายค่อนข้างมาก แต่อาจจะทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันจากสายของหูฟัง 

2.)เครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหู จะทำให้การฟังได้ยินเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น 

3.)เครื่องช่วยฟังแบบใส่ในช่องหู ต้องสั่งทำเนื่องจากลักษณะความโค้งของหูแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความแตกต่างของหูฟังชนิดนี้คือขนาดมีแบบใหญ่ กลาง และเล็ก ขึ้นอยู่กับขนาดของแบตเตอรี่กับขนาดของเครื่อง หากแบตเตอรี่ก้อนใหญ่จะอยู่ได้นานถึง 3 สัปดาห์ แต่ถ้าแบตเตอรี่ก้อนเล็กอาจจะใช้ได้เพียง 1 สัปดาห์ 

สำหรับเครื่องช่วยฟังนี้เป็นอิเล็กทรอนิค จึงต้องดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานของเครื่องช่วยฟัง ดังนี้ 

1.)ปิดเครื่องทุกครั้งหลังเลิกใช้งาน และควรเอาถ่านออกจกาตัวเครื่อง 

2.)ระวังอย่าให้เครื่องตก หรือหล่น 

3.)ระวังอย่าให้เครื่องโดนน้ำ หรือน้ำมันใส่ผม เจล สเปรย์ฉีดผม  

4.)ระวังอย่าให้เครื่องโดนความร้อน เพราะความร้อนอาจทำให้วงจรอิเล็กทรอนิคชำรุด 

5.)ทำความสะอาดเครื่องโดยใช้ผ้าแห้งเช็ด 

6.)ควรใช้ถ่านสำหรับเครื่องช่วยฟังโดยเฉพาะ 

7.) เก็บเครื่องให้พ้นมือเด็กหรือสัตว์เลี้ยงและอย่าวางเครื่องไว้ในที่ร้อนหรือเย็นเกินไป 

8.)ควรมีการเก็บใส่กล่องดูดความชื้น สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง 

9.)ไม่ควรซ่อมเครื่องช่วยฟังเอง 

เครื่องช่วยฟังไม่ได้รักษาโรคหู เป็นเพียงเครื่องช่วยให้การได้ยินดีขึ้นเท่านั้น ระยะเวลาที่ผ่านไปอาจทำให้สูญเสียการได้ยินเพิ่มมากขึ้น ผู้ที่ใช้เครื่องช่วยฟังควรติดตามการได้ยินอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้นักแก้ไขการได้ยินได้ตรวจให้คำแนะนำ เนื่องจากอาจจะมีการสูญเสียการได้ยินมากขึ้นหรือเครื่องช่วยฟังชำรุดมากขึ้น การใส่  เครื่องช่วยฟัง  คนไข้จะต้องได้รับการส่งต่อมาจากแพทย์หู คอ จมูกก่อน แพทย์วินิจฉัยแล้วว่าคนไข้ไม่ต้องสิ้นสุดการรักษา ไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยยาหรือผ่าตัดแล้ว ก็จะส่งมาให้ลองเครื่องช่วยฟัง ในขั้นตอนของการลอง เมื่อมาถึงมือนักแก้ไขการได้ยิน ก็จะดูผลการได้ยินที่คนไข้ตรวจมาแล้วก็จะทำการปรับเครื่องประเมินเครื่องให้เหมาะกับระดับการได้ยินของคนไข้ 

ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำให้ซื้อเครื่องช่วยฟังตามร้านทั่วไปหรือห้างสรรพสินค้าเพราะการฟังเสียงในแต่ละสถานการณ์มีความแตกต่างกันอาจทำให้การได้ยินเสื่อมมากยิ่งขึ้น การใช้เครื่องช่วยฟังอย่างมีประสิทธิภาพมีการประเมินวิธีอย่างมาตรฐานต้องมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำสามารถประเมินเครื่องช่วยฟังได้อย่างถูกต้องและวิเคราะห์หาสาเหตุของการได้ยินว่าเกิดจากสาเหตุอะไร 

ดังนั้นเครื่องช่วยฟังช่วยทำให้ผู้ที่สูญเสียการได้ยินรับฟังเสียงได้ดีขึ้นและใช้ชีวิตได้อย่างปกติขึ้น แต่บางครั้งผู้ที่มีปัญหาการได้ยินบางคนอาจไม่ต้องการใส่เครื่องช่วยฟังซึ่งต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางวินิจฉัยว่าจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟังหรือไม่ เพราะผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยินบางประเภทสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยไม่ต้องใส่เครื่องช่วยฟัง